ขลิบ, ขลิบหนังหุ้มปลาย ที่ ศรีราชา ชลบุรี พัทยา
ขลิบกับแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะ โดย นพ. สิริรัฐ นาคแดง ว.55466
ขลิบหนังหุ้มปลาย คืออะไร?
คือการผ่าตัดเอาหนังหุ้มปลายส่วนเกินออก โดยใช้เทคนิคเฉพาะทาง เช่น Stapler หรือ Sleeve เพื่อให้เลือดออกน้อย แผลเรียบ เหมาะกับผู้ที่ต้องการพักฟื้นน้อย เจ็บน้อย และฟื้นตัวเร็ว
ทำไมต้องขลิบหนังหุ้มปลาย ?
- แผลหนังหุ้มปลาย หนังหุ้มปลายตีบหรือเปิดไม่ได้
- กลิ่นอับ และความสะอาดของอวัยวะเพศ
- เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
- โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
- เสริมสุขภาพเพศชายโดยรวม
- รักษาแผลเรื้อรังที่หนังหุ้มปลาย
- ลดความเสี่ยงติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์
- เพิ่มความมั่นใจสุขอนามัยและเพศสัมพันธ์
ทำไมต้องขลิบหนังหุ้มปลายกับ ASY Clinic อะซี คลินิก ศรีราชา – ราชาบุรี – พัทยา
ขลิบหนังหุ้มปลายชลบุรี ASY Clinic ที่ศรีราชา ชลบุรี เป็รตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการขลิบหนังหุ้มปลาย โดยเฉพาะการขลิบไร้เลือด เนื่องจากมีแพทยเฉพาะทางด้านระบบทางเดินปัสสาวะ เป็นผู้ดูแลโดยตรง ทำให้มั่นใจความปลอดภัย และการรักษาได้เป็นอย่างดี หากคุณกำลังมองหาคลินิกขลิบหนังหุ้มปลาย Asy Clinic เป็นตัวเลือกคำตอบของคุณ
เราให้บริการ ขลิบหนังหุ้มปลายด้วยเทคนิคเฉพาะทาง โดยแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะ (หมอโป้ง) ที่มีประสบการณ์ไม่ต้องไปไกลถึงกรุงเทพฯ ก็สามารถได้รับการรักษาในมาตรฐานเดียวกัน
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และบริการที่เป็นมืออาชีพมั่นใจได้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมตรวจประเมินก่อนผ่าตัด ไปจนถึงการดูแลหลังทำ ทุกเคสทำโดยแพทย์จริง 100% ไม่มีระบบเซลล์ ไม่มีระบบปิดยอด
คำถามที่พบบ่อย
Q: ขลิบหนังหุ้มปลาย เจ็บไหม?
A: ใช้ยาชาเฉพาะที่ ไม่รู้สึกเจ็บขณะทำ แต่มีอาการเจ็บขณะฉีดยาชา พักฟื้นเร็ว ไม่ต้องนอนค้าง
Q: พักฟื้นนานไหมหลังขลิบหนังหุ้มปลาย?
A: ทำงานเบาได้ภายใน 1–2 วัน งดเพศสัมพันธ์ 3–4 สัปดาห์
Q: ขลิบแล้วฉี่ยังไง ?
A: สำหรับวิธีการปัสสาวะที่ปลอดภัยต่อผู้เข้ารับการขลิบ อย่างแรกเริ่มจากการนั่งปัสสาวะก่อนเป็นอันดับแรก เนื่องจากการยืนปัสสาวะอาจทำให้น้ำปัสสาวะกระเด็นไปโดนโถปัสสาวะและกระเด็นกลับมาโดนแผลขลิบได้ง่ายกว่าการนั่งปัสสาวะ นอกจากนี้คุณควรให้เอาทิชชู่รองปลายก่อนปัสสาวะทุกครั้ง เมื่อปัสสาวะเสร็จก็ควรสะบัดน้องชายเบา ๆ เพื่อให้ไม่มีน้ำปัสสาวะค้างอยู่ที่น้องชาย จากนั้นเอากระดาษทิชชู่ซับน้องชาย
Q: ขลิบใส่กางเกงในได้ไหม ?
A: ใส่กางเกงในได้ตามปกติ แต่ควรเลือกกางเกงในที่ระบายอากาศได้ดีและไม่รัดแน่นเกินไป
Q: ขลิบแล้วอาบน้ำยังไง ?
A: สามารถอาบน้ำได้ตามปรกติ แต่ควรหลักเลี่ยงไม่ให้แผลโดนน้ำ เช่น ใช้ถุงพลาสติดคลอบแล้วซีลด้วย เทปใสในหณะอาบน้ำ, หรืออาจใช้การเช็ดตัวแทนในช่วง 3-5 วันหลังทำกาารขลิบหนังหุ้มปลาย เพื่อให้แผลเริ่มสมานตัวและลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ
Q: หลังขลิบห้ามทำอะไร ?
A: หลีกเลี่ยงโดนน้ำ 5-7 วันหลังทำการขลิบหนังหุ้มปลาย งดกิจกรรมทางเพศ อย่างน้อย 4 สัปดาห์ หรือ อย่างเร็ว 2 สัปดาห์แต่ต้องใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วย งดกิจกรรมที่ต้องออกแรงมากๆ และทำให้เกิดเหงื่อสะสมเยอะ สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ 5-7 วันหลังทำการขลิบหนังหุ้มปลาย การสวมใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นเกินไป
Q: ขลิบห้ามกินอะไร ?
A: เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์อาจรบกวนกระบวนการหายของแผลและเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อ. สูบบุหรี่ บุหรี่นั้นทำให้เส้นเลือดเสื่อมสภาพ พบว่ามีผลต่อการหายของแผล เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เครื่องดื่มเหล่านี้อาจทำให้เกิดการอักเสบและเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อ. อาหารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ หากมีอาการแพ้อาหารชนิดใด ควรหลีกเลี่ยงอาหารนั้น. ความเชื่อที่ว่าห้ามกินอาหารหมักดอก อาการประเภทไข่ จะทำให้เกิดแผลเป็นนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการขลิบหนังหุ้มปลาย สามารถรัปประทานได้ตามปรกติ
Q: หลังขลิบ บวมกี่วัน ?
A: อาการบวมจะค่อย ๆ บวม จะเกิดขึ้นในช่วง 2-3 วันแรก แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลแผลขลิบของแต่ละคน ใช้ระยะเวลาพักฟื้นประมาณ 7-10 วัน แนะนำงดกิจกรรมทางเพศ อย่างน้อย 4 สัปดาห์ หรือ อย่างเร็ว 2 สัปดาห์แต่ต้องใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วย
Q: ทำยังไงให้แผลขลิบหายเร็ว ?
A: ควรดูแลความสะอาดของแผลอย่างสม่ำเสมอ, ทำแผลตามคำแนะนำของแพทย์, หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำ, สวมใส่เสื้อผ้าที่โปร่งสบาย, และพักผ่อนให้เพียงพอ ในช่วง 1-3 วันแรกหลังทำการขลิบหนังหุ้มปลาย ควรทำแผลที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน ทุกวันอย่างน้อยวันละหนึ่งครั้ง หากเกิดความชำนาญแล้วสามารถทำแผลด้วยตัวเองได้ แนะนำทำแผลขลิบหนังหุ้มปลาย อย่างน้อยวันละหนึ่งครั้ง จนถึงวันที่แพทย์นัดดูแผล 1-2 สัปดาห์
Q: ทําไมแผลขลิบถึงปวด ?
A: เนื่องจากแพทย์จะฉีดยาชาไปยังบริเวณโคนน้องชายเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดขณะผ่าตัด ทำให้คนไข้จะรู้สึกเจ็บขณะฉีดยาชาเพียงแค่ช่วงเวลานี้เท่านั้น แต่อาการเจ็บปวดมักเกิดขึ้นหลังหมดฤทธิ์ยาชา เนื่องจากผิวหนังบริเวณหนังหุ้มปลายถูกตัดออก ทำให้เนื้อเยื่อบอบช้ำเป็นอย่างมาก ทำให้เกิดการอักเสบและมีอาการปวดตามมา ปวดจากผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่นมีเลือดออกใต้ผิวหนัง สังเกตว่าบริเวณที่ขลิบหนังหุ้มปลายจะมี รอยช้ำสีม่วงและบวมมากขึ้น, การทำแผลที่รัดแน่นเกินไป หากมีอาการปวด ไม่ดีขึ้นหลังรับประทานยา หรือ อาการปวดไม่หายหลังทำขลิบหนังหุ้มปลาย 5-6 ชม ควรติดต่อแพทย์ทันที
Q: ขลิบไม่สวยแก้ได้ไหม ?
A: ได้แน่นอน การขลิบเป็นศัลยกรรมอย่างหนึ่งที่อาจมีปัญหาเรื่องความสวยงามของแผลตามมาได้ เพียงแต่ต้องใส่ใจในการเลือกคลินิกหรือสถานพยาบาลในการแก้ไขแผลขลิบเป็นพิเศษ ต้องใช้การประเมินอย่างละเอียดโดยแพทย์เฉพาะทาง เพื่อหาสาเหตุของความไม่สวยหลังขลิบหนังหุ้มปลาย หรือบางรายอาจมีการเสริมขนาดทันทีหลังการขลิบหนังหุ้มปลาย อาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงได้
Q: ตัดเส้น2สลึงเจ็บไหม?
A: เจ็บเล็กน้อยตอนฉีดยาชา แต่ระหว่างการผ่าตัดจะไม่รู้สึกเจ็บครับ แต่มีข้อดีคือช่วยลดความตึงของส่วนปลายอวัยวะเพศชายหลังทำการขลิบหนังหุ้มปลาย
Q: การขลิบไร้เลือดด้วยไทเทเนียมคืออะไร?
A: คือ เทคนิคการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายแบบใหม่ที่ใช้เครื่องมือพิเศษที่ทำจากไทเทเนียมในการตัดและเย็บแผลไปพร้อมกันในขั้นตอนเดียว ทำให้ลดการเสียเลือดและช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นกว่าการขลิบแบบดั้งเดิม แต่ไม่สามารถใช้ได้กับการขลิบทุกราย ในบางรายอาจมีผลข้างเคียงหากทำการขลิบไร้เลือด ควรปรึกษาและประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางผู้เชี่ยวชาญ
Q: ลวดเย็บจากการขลิบ ที่ใช้จะหลุดไปเองไหม?
A: ควรหลุดออกเองได้ภายใน 2 สัปดาห์ หากเป็นเครื่องมือรุ่นใหม่ที่ได้มาตรฐานและมี การับรองจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
Q: การขลิบมีผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้หรือไม่?
A: มีผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อนได้ ผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อน
ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้ทั่วไปและมักไม่รุนแรง
- อาการบวมและฟกช้ำ
- เจ็บปวดหรือรู้สึกไม่สบาย
- มีเลือดซึมเล็กน้อย
- แผลมีคราบสะเก็ดเลือดหรือน้ำเหลือง
- ความรู้สึกบริเวณปลายอวัยวะเพศเปลี่ยนไป
- แม็กไทเทเนียมหลุดช้า/ไม่หลุด
ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้น้อยแต่รุนแรงกว่าและต้องพบแพทย์
- เลือดออกมากผิดปกติ
- การติดเชื้อที่แผล
- การบาดเจ็บต่ออวัยวะเพศ
- แผลเป็นนูนผิดปกติ
- ขริบออกมากเกินไป หรือน้อยเกินไป
- หนังหุ้มปลายกลับมาติดใหม่
- รูเปิดท่อปัสสาวะตีบตัน
Q: การขลิบไร้เลือดมีผลต่อความรู้สึกทางเพศหรือไม่?
A: การขลิบไม่ได้มีผลเสียต่อความรู้สึกทางเพศโดยตรง ไม่มีผลเสียต่อการทำงานทางเพศ ความรู้สึก และความพึงพอใจ
แนะนำงดกิจกรรมทางเพศ อย่างน้อย 4 สัปดาห์ หรือ อย่างเร็ว 2 สัปดาห์แต่ต้องใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วย
Q: การขลิบแบบดั้งเดิมกับการขลิบไร้เลือดต่างกันอย่างไร?
A: การขลิบแบบดั้งเดิม เป็นการผ่าตัดโดยใช้มีดผ่าตัดหรือมีดไฟฟ้า แพทย์จะทำการเย็บแผลด้วยไหมละลาย ใช้เวลาในการทำนานกว่า และอาจมีการเสียเลือดบ้างเล็กน้อย การขลิบไร้เลือด (Stapler Circumcision) เป็นเทคนิคใหม่ที่ใช้เครื่องมือแบบวงแหวน (Stapler) ที่มีใบมีดและลวดเย็บในตัว เครื่องมือจะทำการตัดและเย็บแผลไปพร้อมกันในขั้นตอนเดียว ทำให้เลือดออกน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย ใช้เวลาสั้นกว่า และแผลจะดูเรียบร้อยกว่า
Q: ต้องงดกิจกรรมอะไรบ้าง และนานแค่ไหน?
A: งดการออกกำลังกายอย่างหนัก หรือกิจกรรมที่มีการกระทบกระเทือน เช่น วิ่ง, กระโดด, ว่ายน้ำ, ขี่จักรยาน เป็นเวลาอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์
Q: หลังการขลิบควรดูแลตัวเองอย่างไร?
A: พักผ่อนให้เพียงพอ รักษาความสะอาด งดมีเพศสัมพันธ์ ทานยาตามแพทย์สั่ง
Q: เลือกวิธี: "ขลิบไร้เลือด" ดีกว่าจริงไหม?
A: การขลิบไร้เลือดมักให้ประสบการณ์โดยรวมที่ดีกว่าและสะดวกกว่ามาก เร็ว (10-15 นาที), เจ็บน้อย, เลือดออกน้อยมาก, แผลสวยเรียบ, พักฟื้นไว