ขลิบไร้เลือด

ขลิบ, ขลิบไร้เลือด ที่ พัทยา

ขลิบกับแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะ โดย นพ. สิริรัฐ นาคแดง ว.55466

 ขลิบไร้เลือด คืออะไร?

การขริบไร้เลือด (Stapler Circumcision) คือ นวัตกรรมการขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายด้วยเครื่องมือตัดเย็บอัตโนมัติแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Disposable Circumcision Anastomat) โดยเครื่องมือจะทำการตัดหนังหุ้มปลายส่วนเกินออก พร้อมกับเย็บปิดบาดแผลด้วยหมุดซิลิโคน (Staple) ในเวลาเดียวกัน ทำให้รอยตัดมีความเรียบเนียน แม่นยำ ใช้เวลาผ่าตัดเพียง 10-15 นาที และที่สำคัญคือเสียเลือดน้อยมากจนแทบจะเรียกได้ว่า “ไร้เลือด”

ทำไมต้อง ขลิบไร้เลือด ?
  • แผลหนังหุ้มปลาย หนังหุ้มปลายตีบหรือเปิดไม่ได้
  • กลิ่นอับ และความสะอาดของอวัยวะเพศ
  • เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
  • โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  • เสริมสุขภาพเพศชายโดยรวม
  • รักษาแผลเรื้อรังที่หนังหุ้มปลาย
  • ลดความเสี่ยงติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์
  • เพิ่มความมั่นใจสุขอนามัยและเพศสัมพันธ์
ทำไมต้อง ขลิบไร้เลือด กับ ASY Clinic อะซี คลินิก พัทยา

 ขลิบไร้เลือด ชลบุรี ASY Clinic ที่พัทยา เป็รตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการ ขลิบไร้เลือด โดยเฉพาะการขลิบไร้เลือด เนื่องจากมีแพทยเฉพาะทางด้านระบบทางเดินปัสสาวะ เป็นผู้ดูแลโดยตรง ทำให้มั่นใจความปลอดภัย และการรักษาได้เป็นอย่างดี หากคุณกำลังมองหาคลินิก ขลิบไร้เลือด Asy Clinic เป็นตัวเลือกคำตอบของคุณ เราให้บริการ ขลิบไร้เลือด ด้วยเทคนิคเฉพาะทาง โดยแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะ (หมอโป้ง) ที่มีประสบการณ์ไม่ต้องไปไกลถึงกรุงเทพฯ ก็สามารถได้รับการรักษาในมาตรฐานเดียวกันเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และบริการที่เป็นมืออาชีพมั่นใจได้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมตรวจประเมินก่อนผ่าตัด ไปจนถึงการดูแลหลังทำ ทุกเคสทำโดยแพทย์จริง 100% ไม่มีระบบเซลล์ ไม่มีระบบปิดยอด

ขริบไร้เลือดเหมาะกับใคร

การขริบด้วยวิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ชายทุกช่วงวัย โดยเฉพาะ:

  • ผู้ที่มีภาวะหนังหุ้มปลายตีบ (Phimosis) รูดเปิดทำความสะอาดไม่ได้

  • ผู้ที่หนังหุ้มปลายรูดลงมาแล้วติด รัด ลายเส้นเลือด (Paraphimosis)

  • ผู้ที่มีประวัติหนังหุ้มปลายหรือทางเดินปัสสาวะอักเสบติดเชื้อบ่อยครั้ง

  • ผู้ที่ต้องการดูแลสุขอนามัยส่วนตัวให้ง่ายขึ้น ลดกลิ่นอับและคราบหมักหมม (Smegma)

  • ผู้ที่กังวลเรื่องความเจ็บปวดและไม่มีเวลาพักฟื้นนาน

ขริบไร้เลือดไม่เหมาะกับใคร

แม้จะเป็นวิธีที่ปลอดภัยสูง แต่ก็มีข้อจำกัดสำหรับบางบุคคล ได้แก่:

  • ผู้ที่มีภาวะเลือดแข็งตัวผิดปกติ หรือโรคฮีโมฟีเลีย (Hemophilia)

  • ผู้ที่มีการอักเสบ ติดเชื้อ หรือเป็นแผลรุนแรงบริเวณอวัยวะเพศในขณะนั้น (ควรทำการรักษาให้หายก่อน)

  • ผู้ที่มีความผิดปกติทางสรีระแต่กำเนิด เช่น รูท่อปัสสาวะเปิดผิดที่ (Hypospadias) ซึ่งอาจต้องใช้หนังหุ้มปลายในการศัลยกรรมตกแต่งภายหลัง

ข้อดีของการขริบไร้เลือด

  • ใช้เวลาน้อย: ขั้นตอนผ่าตัดใช้เวลาเพียง 10-15 นาทีเท่านั้น

  • เจ็บน้อย เสียเลือดน้อย: ตัวเครื่องมือถูกออกแบบมาให้ห้ามเลือดพร้อมเย็บแผลในคราวเดียว

  • แผลสวยงาม: รอยตัดเรียบเนียนสม่ำเสมอ แผลไม่บอบช้ำมาก

  • ฟื้นตัวไว: สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้รวดเร็วกว่าการขริบแบบดั้งเดิม

  • ไม่ต้องตัดไหม: หมุดซิลิโคนที่ใช้เย็บจะค่อยๆ หลุดออกไปเองเมื่อแผลสมานตัว

ขริบไร้เลือดเจ็บไหม?

“เจ็บน้อยมาก” คือคำตอบที่คนไข้ส่วนใหญ่ยืนยัน ความรู้สึกเจ็บจะมีเพียงแค่ช่วงแรกที่แพทย์ทำการฉีดยาชาบริเวณโคนอวัยวะเพศ (คล้ายมดกัดหรือการฉีดยาทั่วไป) แต่หลังจากยาชาออกฤทธิ์แล้ว ระหว่างขั้นตอนการตัดเย็บคนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บเลย ส่วนอาการปวดตึงหลังยาชาหมดฤทธิ์ สามารถควบคุมได้ด้วยการทานยาแก้ปวดที่แพทย์จัดให้

ขริบไร้เลือดพักฟื้นกี่วัน?

หลังเข้ารับการขริบไร้เลือด คนไข้สามารถเดินกลับบ้านและใช้ชีวิตประจำวันแบบเบาๆ ได้ทันที

  • 1-3 วันแรก: อาจมีอาการบวมตึงบ้าง ควรหลีกเลี่ยงการเดินเยอะหรือกิจกรรมที่กระทบกระเทือน

  • 7-14 วัน: แผลจะเริ่มแห้งสนิท

  • 2-4 สัปดาห์: หมุดเย็บแผลจะค่อยๆ หลุดออกจนหมด (ระยะเวลาขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล)

การเตรียมตัวก่อนขริบไร้เลือด

  • อาบน้ำทำความสะอาดร่างกายและอวัยวะเพศให้เรียบร้อย

  • โกนขนบริเวณโคนอวัยวะเพศเพื่อความสะอาดและสะดวกต่อการทำแผล (หากไม่สะดวก ทางคลินิกมีบริการจัดการให้)

  • ใส่กางเกงในที่กระชับพอดีตัว เพื่อช่วยพยุงอวัยวะเพศหลังทำ ป้องกันการเสียดสี

  • แจ้งประวัติโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา และยาที่ทานเป็นประจำ (โดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือด) ให้แพทย์ทราบ

  • ไม่ต้องงดน้ำและอาหาร เนื่องจากเป็นการใช้ยาชาเฉพาะที่

ขั้นตอนการขริบไร้เลือด

  • แพทย์ทำความสะอาดฆ่าเชื้อบริเวณพื้นที่ผ่าตัด
  • ฉีดยาชาบริเวณโคนอวัยวะเพศและรอจนยาชาออกฤทธิ์เต็มที่
  • แพทย์จะใช้เครื่องมือวัดขนาด (Size) ที่เหมาะสมกับสรีระของคนไข้
  • สวมเครื่องมือขริบไร้เลือด (Stapler) ครอบบริเวณหนังหุ้มปลาย ล็อกให้แน่นหนา
  • กดเครื่องมือเพื่อทำการตัดหนังหุ้มปลายและเย็บหมุดซิลิโคนในจังหวะเดียวกัน
  • ตรวจสอบความเรียบร้อยของแผล ทำความสะอาด และพันผ้าก๊อซ

การดูแลตัวเองหลังขริบไร้เลือด

  • ระวังไม่ให้แผลโดนน้ำในช่วง 3-5 วันแรก หรือตามที่แพทย์แนะนำ (ใช้วิธีเช็ดตัวแทนการอาบน้ำ)

  • ทานยาปฏิชีวนะและยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

  • ทำแผลตามคำแนะนำของคลินิก หรือเข้ามาให้ทางคลินิกทำแผลให้ตามนัด

  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และของหมักดองจนกว่าแผลจะหายสนิท

  • งดการมีเพศสัมพันธ์และการช่วยตัวเองอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ เพื่อป้องกันแผลปริแตก

ผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายของการขริบไร้เลือด

แม้จะปลอดภัยมาก แต่หากดูแลแผลไม่ดีหรือเกิดเหตุสุดวิสัย อาจพบผลข้างเคียงที่ต้องรีบมาพบแพทย์ เช่น:

    • มีเลือดไหลซึมออกมาจากแผลไม่หยุด

    • แผลมีอาการบวมแดงรุนแรง มีหนองไหล หรือมีไข้สูง (สัญญาณของการติดเชื้อ)

    • หมุดเย็บแผลไม่ยอมหลุดออกเองหลังจากผ่านไป 1 เดือน (แพทย์จะช่วยนำออกให้ ห้ามดึงออกเองเด็ดขาด)

ไม่ขริบหนังหุ้มปลายได้ไหม?

 หากหนังหุ้มปลายของคุณสามารถรูดเปิดลงมาทำความสะอาดส่วนหัว (Glans) ได้จนสุดโดยไม่มีอาการตึง รัด หรือเจ็บปวด และคุณสามารถรักษาสุขอนามัยได้ดี ไม่มีประวัติการอักเสบติดเชื้อ การขริบก็อาจไม่ใช่สิ่งจำเป็น แต่หากคุณมีปัญหาหนังหุ้มปลายตีบ รูดไม่ได้ หมักหมมจนเกิดกลิ่น หรือติดเชื้อบ่อย การปล่อยทิ้งไว้ไม่ยอมขริบ อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน เช่น ทางเดินปัสสาวะอักเสบ การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ที่ง่ายขึ้น หรือเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งองคชาตในระยะยาวได้ หากคุณมีความสนใจหรือมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การขริบไร้เลือด ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ ASY Clinic ยินดีให้คำปรึกษาประเมินอาการและดูแลคุณอย่างเป็นกันเอง มั่นใจได้ในมาตรฐานความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เป็นที่น่าพอใจ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือนัดคิวปรึกษาได้ที่ https://asyclinic.com/

คำถามที่พบบ่อย

Q: ขลิบ ขลิบไร้เลือด เจ็บไหม?

A: ใช้ยาชาเฉพาะที่ ไม่รู้สึกเจ็บขณะทำ แต่มีอาการเจ็บขณะฉีดยาชา พักฟื้นเร็ว ไม่ต้องนอนค้าง 

A: ทำงานเบาได้ภายใน 1–2 วัน งดเพศสัมพันธ์ 3–4 สัปดาห์

A: สำหรับวิธีการปัสสาวะที่ปลอดภัยต่อผู้เข้ารับการขลิบ อย่างแรกเริ่มจากการนั่งปัสสาวะก่อนเป็นอันดับแรก เนื่องจากการยืนปัสสาวะอาจทำให้น้ำปัสสาวะกระเด็นไปโดนโถปัสสาวะและกระเด็นกลับมาโดนแผลขลิบได้ง่ายกว่าการนั่งปัสสาวะ นอกจากนี้คุณควรให้เอาทิชชู่รองปลายก่อนปัสสาวะทุกครั้ง เมื่อปัสสาวะเสร็จก็ควรสะบัดน้องชายเบา ๆ เพื่อให้ไม่มีน้ำปัสสาวะค้างอยู่ที่น้องชาย จากนั้นเอากระดาษทิชชู่ซับน้องชาย 

A: ใส่กางเกงในได้ตามปกติ แต่ควรเลือกกางเกงในที่ระบายอากาศได้ดีและไม่รัดแน่นเกินไป 

A: สามารถอาบน้ำได้ตามปรกติ แต่ควรหลักเลี่ยงไม่ให้แผลโดนน้ำ เช่น ใช้ถุงพลาสติดคลอบแล้วซีลด้วย เทปใสในหณะอาบน้ำ, หรืออาจใช้การเช็ดตัวแทนในช่วง 3-5 วันหลังทำกาารขลิบหนังหุ้มปลาย  เพื่อให้แผลเริ่มสมานตัวและลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ 

A: หลีกเลี่ยงโดนน้ำ 5-7 วันหลังทำการขลิบหนังหุ้มปลาย งดกิจกรรมทางเพศ อย่างน้อย 4 สัปดาห์ หรือ อย่างเร็ว 2 สัปดาห์แต่ต้องใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วย  งดกิจกรรมที่ต้องออกแรงมากๆ และทำให้เกิดเหงื่อสะสมเยอะ สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ 5-7 วันหลังทำการขลิบหนังหุ้มปลาย การสวมใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นเกินไป

A: เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์อาจรบกวนกระบวนการหายของแผลและเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อ. สูบบุหรี่ บุหรี่นั้นทำให้เส้นเลือดเสื่อมสภาพ พบว่ามีผลต่อการหายของแผล เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เครื่องดื่มเหล่านี้อาจทำให้เกิดการอักเสบและเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อ. อาหารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ หากมีอาการแพ้อาหารชนิดใด ควรหลีกเลี่ยงอาหารนั้น. ความเชื่อที่ว่าห้ามกินอาหารหมักดอก อาการประเภทไข่ จะทำให้เกิดแผลเป็นนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการขลิบหนังหุ้มปลาย สามารถรัปประทานได้ตามปรกติ 

A: อาการบวมจะค่อย ๆ บวม จะเกิดขึ้นในช่วง 2-3 วันแรก แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลแผลขลิบของแต่ละคน ใช้ระยะเวลาพักฟื้นประมาณ 7-10 วัน แนะนำงดกิจกรรมทางเพศ อย่างน้อย 4 สัปดาห์ หรือ อย่างเร็ว 2 สัปดาห์แต่ต้องใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วย

A: ควรดูแลความสะอาดของแผลอย่างสม่ำเสมอ, ทำแผลตามคำแนะนำของแพทย์, หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำ, สวมใส่เสื้อผ้าที่โปร่งสบาย, และพักผ่อนให้เพียงพอ ในช่วง 1-3 วันแรกหลังทำการขลิบหนังหุ้มปลาย ควรทำแผลที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน ทุกวันอย่างน้อยวันละหนึ่งครั้ง หากเกิดความชำนาญแล้วสามารถทำแผลด้วยตัวเองได้ แนะนำทำแผลขลิบหนังหุ้มปลาย อย่างน้อยวันละหนึ่งครั้ง จนถึงวันที่แพทย์นัดดูแผล 1-2 สัปดาห์

A: เนื่องจากแพทย์จะฉีดยาชาไปยังบริเวณโคนน้องชายเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดขณะผ่าตัด ทำให้คนไข้จะรู้สึกเจ็บขณะฉีดยาชาเพียงแค่ช่วงเวลานี้เท่านั้น แต่อาการเจ็บปวดมักเกิดขึ้นหลังหมดฤทธิ์ยาชา เนื่องจากผิวหนังบริเวณหนังหุ้มปลายถูกตัดออก ทำให้เนื้อเยื่อบอบช้ำเป็นอย่างมาก ทำให้เกิดการอักเสบและมีอาการปวดตามมา ปวดจากผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้  เช่นมีเลือดออกใต้ผิวหนัง สังเกตว่าบริเวณที่ขลิบหนังหุ้มปลายจะมี รอยช้ำสีม่วงและบวมมากขึ้น, การทำแผลที่รัดแน่นเกินไป หากมีอาการปวด ไม่ดีขึ้นหลังรับประทานยา หรือ อาการปวดไม่หายหลังทำขลิบหนังหุ้มปลาย 5-6 ชม ควรติดต่อแพทย์ทันที 

A: ได้แน่นอน การขลิบเป็นศัลยกรรมอย่างหนึ่งที่อาจมีปัญหาเรื่องความสวยงามของแผลตามมาได้  เพียงแต่ต้องใส่ใจในการเลือกคลินิกหรือสถานพยาบาลในการแก้ไขแผลขลิบเป็นพิเศษ ต้องใช้การประเมินอย่างละเอียดโดยแพทย์เฉพาะทาง เพื่อหาสาเหตุของความไม่สวยหลังขลิบหนังหุ้มปลาย  หรือบางรายอาจมีการเสริมขนาดทันทีหลังการขลิบหนังหุ้มปลาย อาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ 

A: เจ็บเล็กน้อยตอนฉีดยาชา แต่ระหว่างการผ่าตัดจะไม่รู้สึกเจ็บครับ แต่มีข้อดีคือช่วยลดความตึงของส่วนปลายอวัยวะเพศชายหลังทำการขลิบหนังหุ้มปลาย

A: คือ เทคนิคการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายแบบใหม่ที่ใช้เครื่องมือพิเศษที่ทำจากไทเทเนียมในการตัดและเย็บแผลไปพร้อมกันในขั้นตอนเดียว ทำให้ลดการเสียเลือดและช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นกว่าการขลิบแบบดั้งเดิม แต่ไม่สามารถใช้ได้กับการขลิบทุกราย ในบางรายอาจมีผลข้างเคียงหากทำการขลิบไร้เลือด ควรปรึกษาและประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางผู้เชี่ยวชาญ 

A: ควรหลุดออกเองได้ภายใน 2 สัปดาห์ หากเป็นเครื่องมือรุ่นใหม่ที่ได้มาตรฐานและมี การับรองจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) 

A: มีผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อนได้ ผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อน

ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้ทั่วไปและมักไม่รุนแรง

  • อาการบวมและฟกช้ำ
  • เจ็บปวดหรือรู้สึกไม่สบาย
  • มีเลือดซึมเล็กน้อย
  • แผลมีคราบสะเก็ดเลือดหรือน้ำเหลือง
  • ความรู้สึกบริเวณปลายอวัยวะเพศเปลี่ยนไป
  • แม็กไทเทเนียมหลุดช้า/ไม่หลุด

ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้น้อยแต่รุนแรงกว่าและต้องพบแพทย์

  • เลือดออกมากผิดปกติ
  • การติดเชื้อที่แผล
  • การบาดเจ็บต่ออวัยวะเพศ
  • แผลเป็นนูนผิดปกติ
  • ขริบออกมากเกินไป หรือน้อยเกินไป
  • หนังหุ้มปลายกลับมาติดใหม่
  • รูเปิดท่อปัสสาวะตีบตัน

A: การขลิบไม่ได้มีผลเสียต่อความรู้สึกทางเพศโดยตรง ไม่มีผลเสียต่อการทำงานทางเพศ ความรู้สึก และความพึงพอใจ
แนะนำงดกิจกรรมทางเพศ อย่างน้อย 4 สัปดาห์ หรือ อย่างเร็ว 2 สัปดาห์แต่ต้องใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วย 

A: การขลิบแบบดั้งเดิม เป็นการผ่าตัดโดยใช้มีดผ่าตัดหรือมีดไฟฟ้า แพทย์จะทำการเย็บแผลด้วยไหมละลาย ใช้เวลาในการทำนานกว่า และอาจมีการเสียเลือดบ้างเล็กน้อย การขลิบไร้เลือด (Stapler Circumcision) เป็นเทคนิคใหม่ที่ใช้เครื่องมือแบบวงแหวน (Stapler) ที่มีใบมีดและลวดเย็บในตัว เครื่องมือจะทำการตัดและเย็บแผลไปพร้อมกันในขั้นตอนเดียว ทำให้เลือดออกน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย ใช้เวลาสั้นกว่า และแผลจะดูเรียบร้อยกว่า

A: งดการออกกำลังกายอย่างหนัก หรือกิจกรรมที่มีการกระทบกระเทือน เช่น วิ่ง, กระโดด, ว่ายน้ำ, ขี่จักรยาน เป็นเวลาอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ 

A: พักผ่อนให้เพียงพอ รักษาความสะอาด งดมีเพศสัมพันธ์ ทานยาตามแพทย์สั่ง

A: การขลิบไร้เลือดมักให้ประสบการณ์โดยรวมที่ดีกว่าและสะดวกกว่ามาก เร็ว (10-15 นาที), เจ็บน้อย, เลือดออกน้อยมาก, แผลสวยเรียบ, พักฟื้นไว 

Don’t let small worries become big problems in your life. Good health starts with taking care of yourself and acting on it today. Schedule an appointment with Dr. Pong, Urologist.

Contact