ปัญหาต่อมลูกหมากและ มะเร็งต่อมลูกหมาก สิ่งที่ผู้ชายควรรู้และเฝ้าระวัง

มะเร็งต่อมลูกหมาก

ต่อมลูกหมากเป็นอวัยวะสำคัญของระบบสืบพันธุ์เพศชายที่มักถูกมองข้าม แต่ความจริงแล้ว สุขภาพของต่อมลูกหมากส่งผลต่อคุณภาพชีวิตผู้ชายอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น ความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดปกติก็สูงขึ้นตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นภาวะต่อมลูกหมากโต ซึ่งส่งผลต่อการปัสสาวะ และสิ่งที่ผู้ชายหลายคนกังวลมากที่สุดคือ มะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งจัดเป็นมะเร็งที่พบบ่อยอันดับต้น ๆ ในเพศชาย การรู้จักหน้าที่ของต่อมลูกหมาก สัญญาณเตือนความผิดปกติ ตลอดจนแนวทางการตรวจคัดกรองและรักษากับ แพทย์เฉพาะทาง ระบบสืบพันธุ์เพศชาย จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ชายทุกคนควรให้ความใส่ใจ เพื่อป้องกันและรักษาโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ต่อมลูกหมากคืออะไรและทำหน้าที่อะไร?

ต่อมลูกหมากเป็นอวัยวะสำคัญในระบบสืบพันธุ์เพศชาย มีขนาดประมาณลูกวอลนัท หรือลูกเกาลัด ตั้งอยู่ใต้กระเพาะปัสสาวะและล้อมรอบท่อปัสสาวะ มีหน้าที่หลักคือการสร้างและหลั่งของเหลวที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของน้ำอสุจิ ของเหลวนี้ช่วยหล่อเลี้ยงและปกป้องตัวอสุจิ ทำให้อสุจิมีความแข็งแรง เคลื่อนที่ได้ดีขึ้น และเพิ่มโอกาสในการปฏิสนธิ ตามข้อมูลจาก สมาคมระบบทางเดินปัสสาวะแห่งยุโรป (EAU) และ สมาคมระบบทางเดินปัสสาวะแห่งอเมริกา (AUA) พบว่า ประมาณ 50% ของผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไป จะมีภาวะต่อมลูกหมากโต (Benign Prostatic Hyperplasia – BPH) และอัตราการพบ มะเร็งต่อมลูกหมาก ในผู้ชายทั่วโลก อยู่ที่ประมาณ 1 ใน 8 คน ในช่วงชีวิต (Global Cancer Statistics, PubMed 2021) ด้วยเหตุนี้ ผู้ชายที่อายุ 50 ปีขึ้นไป หรือมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก จึงควรตรวจคัดกรองกับ แพทย์เฉพาะทางระบบสืบพันธุ์เพศชาย เป็นประจำ เพื่อวางแผนเฝ้าระวังและรักษาได้ทันท่วงที

ปัญหาเกี่ยวกับต่อมลูกหมากที่ผู้ชายควรรู้

เมื่อผู้ชายมีอายุมากขึ้น โดยเฉพาะตั้งแต่ 40-50 ปีขึ้นไป ต่อมลูกหมากมักจะเริ่มมีปัญหา ความผิดปกติที่เกิดขึ้นหลายอย่างอาจมีอาการเริ่มต้นคล้ายคลึงกัน ทำให้บางครั้งเกิดความสับสน ผู้ชายส่วนใหญ่มักละเลยอาการ จนปัญหาลุกลามใหญ่โต และกระทบคุณภาพชีวิตอย่างมาก จากสถิติของ American Urological Association (AUA) พบว่า กว่า 50% ของผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไป มีภาวะต่อมลูกหมากโต และอัตรานี้เพิ่มขึ้นเป็น 80% เมื่ออายุ 70 ปีขึ้นไป (AUA Guidelines 2021)

ปัญหาที่พบบ่อย ได้แก่

1. ต่อมลูกหมากโต (Benign Prostatic Hyperplasia - BPH)

เป็นภาวะที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ชายสูงอายุ โดยต่อมลูกหมากจะมีขนาดใหญ่ขึ้นตามธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้น และไปเบียดท่อปัสสาวะที่พาดผ่านกลางต่อม ทำให้เกิดอาการปัสสาวะผิดปกติ

อาการของต่อมลูกหมากโต

  • ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืน

  • ปัสสาวะไม่พุ่งแรง หรือปัสสาวะสะดุด

  • ต้องเบ่งปัสสาวะ หรือใช้เวลานานกว่าจะปัสสาวะออก

  • รู้สึกปัสสาวะไม่สุด หรือเหมือนมีน้ำปัสสาวะค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ

  • ปัสสาวะแสบขัด (อาจเกิดจากการติดเชื้อร่วมด้วย)

  • ปัสสาวะเล็ด หรือควบคุมการปัสสาวะได้ไม่ดี

ข้อมูลทางการแพทย์: งานวิจัยจาก Roehrborn CG, 2008 พบว่า ผู้ชายที่มีต่อมลูกหมากโตมากกว่า 30 mL จะมีโอกาสเกิดอาการปัสสาวะผิดปกติมากขึ้นถึง 2-3 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ชายที่ต่อมลูกหมากมีขนาดปกติ

การรักษาต่อมลูกหมากโต

มีตั้งแต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม, การใช้ยา alpha-blocker หรือ 5-alpha-reductase inhibitor ไปจนถึงการรักษาด้วยการผ่าตัด เช่น TURP หรือ REZUM Steam Therapy (EAU Guidelines 2022)

2. ต่อมลูกหมากอักเสบ (Prostatitis)

เป็นการอักเสบของต่อมลูกหมาก ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย (Acute Bacterial Prostatitis) หรือไม่ติดเชื้อ (Chronic Pelvic Pain Syndrome) พบได้ในผู้ชายทุกวัย แต่ พบมากในช่วงอายุ 30-50 ปี (NIH Chronic Prostatitis Cohort Study)

อาการของต่อมลูกหมากอักเสบ

  • ปวดหรือไม่สบายบริเวณอุ้งเชิงกราน อัณฑะ หรืออวัยวะเพศ

  • ปวดเมื่อปัสสาวะหรือหลั่งอสุจิ

  • มีไข้ หนาวสั่น (ถ้าเป็นการติดเชื้อเฉียบพลัน)

  • ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะแสบขัด

การรักษาต่อมลูกหมากอักเสบ

ขึ้นอยู่กับสาเหตุ หากเกิดจากการติดเชื้อจะใช้ยาปฏิชีวนะเป็นหลัก ส่วนชนิดที่ไม่ติดเชื้อจะใช้ยา NSAIDs, alpha-blocker และการปรับพฤติกรรม เช่น การนวดต่อมลูกหมาก, pelvic floor therapy

มะเร็งต่อมลูกหมาก (Prostate Cancer)

มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดเป็นอันดับสองในผู้ชายทั่วโลก และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับที่ห้าจากโรคมะเร็งในเพศชาย (Global Cancer Statistics 2020, WHO) ในประเทศไทยเอง มะเร็งต่อมลูกหมากติดอันดับ Top 5 ของมะเร็งที่พบบ่อยในผู้ชาย โดยเฉพาะในผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไป (สถาบันมะเร็งแห่งชาติ)  แต่ข่าวดีคือ หากตรวจพบในระยะแรก อัตราการรอดชีวิต 5 ปีสูงถึง 99% ในประเทศที่มีระบบตรวจคัดกรองที่ดี (Siegel RL et al., CA Cancer J Clin, 2022) แต่หากตรวจพบเมื่อโรคลุกลามออกนอกต่อมลูกหมากแล้ว อัตราการรอดชีวิต 5 ปีจะลดลงเหลือเพียงประมาณ 30-40% (EAU Guidelines, 2022) จึงเห็นได้ว่าการตรวจคัดกรองและติดตามสุขภาพต่อมลูกหมากอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ชายทุกคน.

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งต่อมลูกหมาก

มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นโรคที่มีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง โดย อายุ เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด พบว่า ประมาณ 60% ของผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากทั่วโลกมีอายุ 65 ปีขึ้นไป ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามอายุที่มากขึ้น อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ พันธุกรรม หากมีพ่อหรือพี่ชายเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากก่อนอายุ 65 ปี ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นถึง สองเท่า เมื่อเทียบกับประชากรทั่วไป  เชื้อชาติ ก็มีบทบาทสำคัญ โดยพบว่าผู้ชายเชื้อสายแอฟริกัน-อเมริกันมีความเสี่ยงสูงกว่ากลุ่มเชื้อชาติอื่น ๆ และมักตรวจพบในระยะลุกลามมากกว่า  นอกจากนี้ อาหารและพฤติกรรมการใช้ชีวิต ก็มีผลเช่นกัน การรับประทานเนื้อแดงหรืออาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูงเป็นประจำ รวมถึง ภาวะอ้วน อาจเพิ่มความเสี่ยงการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก 

อาการของมะเร็งต่อมลูกหมาก

ใน ระยะแรก มะเร็งต่อมลูกหมากมัก ไม่มีอาการที่ชัดเจน หรืออาจแสดงอาการคล้ายกับต่อมลูกหมากโต ทำให้หลายคนมองข้ามการตรวจวินิจฉัย อาการที่อาจพบได้ เช่น

  • ปัสสาวะลำบาก หรือปัสสาวะไม่พุ่งแรง
  • ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืน
  • มีเลือดปนในปัสสาวะหรือน้ำอสุจิ (พบไม่บ่อย แต่ควรระวัง)
  • ปวดกระดูก โดยเฉพาะบริเวณสะโพก หลัง หรือซี่โครง ซึ่งบ่งบอกว่าโรคอาจลุกลามไปที่กระดูกแล้ว
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
📌 ข้อมูลทางสถิติที่น่าสนใจ

 กว่า 80% ของผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากระยะแรกไม่มีอาการ และตรวจพบจากการตรวจ PSA หรือการตรวจร่างกายโดยแพทย์ (EAU Guidelines, 2022) สิ่งสำคัญที่ผู้ชายควรรู้คือ อาการปัสสาวะผิดปกติไม่ได้หมายถึงมะเร็งต่อมลูกหมากเสมอไป แต่อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม ควรเข้ารับการประเมินจาก แพทย์เฉพาะทางระบบสืบพันธุ์เพศชาย เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม.

การตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก: สิ่งที่ผู้ชายทุกคนควรรู้

เนื่องจาก มะเร็งต่อมลูกหมาก มักไม่มีอาการในระยะแรก การตรวจคัดกรองจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในผู้ชายที่มีปัจจัยเสี่ยงสูง งานวิจัยพบว่า การตรวจคัดกรองสามารถช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งต่อมลูกหมากได้ถึง 20-30% ในกลุ่มประชากรที่เข้ารับการตรวจอย่างต่อเนื่อง (European Randomized Study of Screening for Prostate Cancer, ERSPC, 2014)

วิธีการตรวจคัดกรองหลัก
  1. การตรวจเลือดหาค่า PSA (Prostate Specific Antigen) PSA เป็นโปรตีนที่สร้างจากต่อมลูกหมาก หากมีระดับสูงกว่าปกติ อาจบ่งบอกถึงความผิดปกติ เช่น ต่อมลูกหมากโต (BPH), ต่อมลูกหมากอักเสบ หรือมะเร็งต่อมลูกหมาก ผลการศึกษาพบว่า ผู้ชายที่มีค่า PSA > 4.0 ng/mL มีโอกาสตรวจพบมะเร็งต่อมลูกหมากประมาณ 25% (American Cancer Society, 2022)
  2. การตรวจทางทวารหนัก (Digital Rectal Exam – DRE) แพทย์จะใช้นิ้วสอดเข้าไปทางทวารหนักเพื่อตรวจขนาด รูปร่าง ความแข็ง และผิวของต่อมลูกหมาก เพื่อประเมินความผิดปกติหรือก้อนแข็งที่อาจเป็นมะเร็ง
คำแนะนำในการตรวจคัดกรอง
  • ผู้ชายทั่วไป ที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงสูง ควรเริ่มปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการตรวจคัดกรองเมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงสูง เช่น มีพ่อหรือพี่ชายที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากก่อนอายุ 65 ปี หรือเป็นคนเชื้อสายแอฟริกัน-อเมริกัน ควรเริ่ม ตั้งแต่อายุ 40-45 ปี (AUA Guidelines, 2018)
ทางเลือกในการรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก

แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับระยะโรค อายุ และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย โดยทั่วไปประกอบด้วย

  • Active Surveillance (การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด) สำหรับผู้ป่วยที่โรคไม่รุนแรง
  • การผ่าตัด (Radical Prostatectomy) ผลการศึกษาพบว่า อัตราการรอดชีวิต 10 ปี หลังการผ่าตัดอยู่ที่ ประมาณ 90% ในผู้ป่วยระยะแรก (EAU Guidelines, 2022)

  • การฉายแสง (Radiation Therapy)
  • การรักษาด้วยฮอร์โมน (Androgen Deprivation Therapy)
  • เคมีบำบัด (Chemotherapy) สำหรับผู้ป่วยระยะแพร่กระจาย

ข้อเท็จจริงทางสถิติ

ในผู้ชายไทยพบมากเป็นอันดับ 4 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุขัยที่ยืนยาวขึ้น (Globocan, 2020) สิ่งสำคัญคือ การตรวจคัดกรองอย่างเหมาะสมสามารถช่วยตรวจพบมะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ทำให้มีโอกาสรักษาหายขาดได้สูง ผู้ชายทุกคนควรปรึกษา แพทย์เฉพาะทางระบบสืบพันธุ์เพศชาย เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพต่อมลูกหมากอย่างเหมาะสม.

สิ่งที่ผู้ชายควรทำเพื่อสุขภาพต่อมลูกหมากที่ดี
  • หมั่นสังเกตอาการผิดปกติของระบบปัสสาวะ หากมีอาการปัสสาวะผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์
  • ตรวจสุขภาพประจำปี และปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเหมาะสมในการตรวจคัดกรอง
  • รักษาสุขภาพโดยรวม รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดไขมัน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ และงดสูบบุหรี่
  • ลดความเครียด การจัดการความเครียดที่ดีส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวม

ปัญหาเกี่ยวกับต่อมลูกหมากเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม การใส่ใจและเฝ้าระวังอาการที่ผิดปกติ จะช่วยให้คุณสามารถดูแลสุขภาพของต่อมลูกหมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหากพบสิ่งผิดปกติ ก็จะสามารถเข้าถึงการวินิจฉัยและการรักษาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด Asy Clinic ( asyclinic ) เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพศชายและระบบทางเดินปัสสาวะ พร้อมให้คำปรึกษา ตรวจวินิจฉัย และดูแลปัญหาเกี่ยวกับต่อมลูกหมากของคุณอย่างครบวงจร เพื่อสุขภาพที่ดีและความมั่นใจในชีวิต หากคุณมีข้อสงสัยหรือต้องการปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาต่อมลูกหมาก หรือปัญหาสุขภาพเพศชายอื่นๆ สามารถติดต่อAsy men’s health ได้เสมอ เราพร้อมดูแลสุขภาพของคุณ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q:ต่อมลูกหมากโตจะกลายเป็นมะเร็งได้ไหม?

A: ต่อมลูกหมากโต (BPH) เป็นภาวะที่ไม่ใช่มะเร็ง และไม่ได้พัฒนาไปเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากโดยตรงครับ แต่การที่ต่อมลูกหมากโตและมะเร็งต่อมลูกหมากมีอาการเริ่มต้นที่คล้ายกัน ทำให้ต้องมีการตรวจวินิจฉัยแยกแยะโดยแพทย์ครับ

A: มีงานวิจัยบางชิ้นที่ชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างการหลั่งอสุจิบ่อยๆ กับความเสี่ยงที่ลดลงของมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่ยังไม่เป็นข้อสรุปที่แน่ชัดครับ อย่างไรก็ตาม การรักษาสุขภาพโดยรวมและตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ

A: ไม่เสมอไปครับ ค่า PSA ที่สูงขึ้นอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ต่อมลูกหมากโต ต่อมลูกหมากอักเสบ หรือหลังจากการมีเพศสัมพันธ์ แต่ค่า PSA ที่สูงก็เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าควรมีการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงครับ

A: โดยทั่วไป สำหรับผู้ชายที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยง ควรเริ่มปรึกษาแพทย์เรื่องการตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากเมื่ออายุ 50 ปีครับ แต่หากมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ควรเริ่มปรึกษาตั้งแต่อายุ 40-45 ปี หรือตามคำแนะนำของแพทย์ครับ

Other Blog

Frequent urination at night

Frequent urination at night is common in men, but it is not always caused by the prostate. Learn how urologists evaluate nocturia and when medical assessment may help.

Read More »