Shock Wave Therapy

ฟื้นฟูการแข็งตัวจากต้นเหตุ
สำหรับผู้ชายที่มีปัญหา:
  • แข็งตัวไม่เต็มที่
  • แข็งได้ไม่นาน
  • ต้องพึ่งยาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ASY CLINIC
Premium Urology & Men's Health Center
0%
ผู้ชายอายุ 40-70 ปี
เคยมีปัญหา ED อย่างน้อยหนึ่งครั้ง
0%
เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ
มักพบอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศร่วมด้วย
0%
ผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไป
มีปัญหาการแข็งตัวในระดับหนึ่ง

Shock Wave Therapy สำหรับภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction)

ฟื้นฟูการแข็งตัวจากต้นเหตุ ด้วยเทคโนโลยี Low Intensity Shock Wave Therapy

อาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction หรือ ED) เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยกว่าที่ผู้ชายส่วนใหญ่คิด หลายคนมักเรียกว่า “นกเขาไม่ขัน”, “แข็งตัวไม่เต็มที่”, “แข็งได้ไม่นาน”, “แข็งตัวไม่พอสำหรับการสอดใส่” หรือ “ต้องพึ่งยาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ”

แม้ปัญหานี้จะส่งผลต่อความมั่นใจ ชีวิตคู่ และคุณภาพชีวิต แต่ผู้ชายจำนวนมากยังไม่กล้าปรึกษาแพทย์ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องธรรมชาติของอายุที่เพิ่มขึ้น ความจริงแล้ว ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศไม่ใช่เพียงเรื่องของอายุเท่านั้น แต่ยังอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคหลอดเลือด เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง หรือภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำได้อีกด้วย

งานวิจัย Massachusetts Male Aging Study ซึ่งเป็นหนึ่งในงานวิจัยที่ถูกอ้างอิงมากที่สุดในวงการสุขภาพเพศชาย พบว่าผู้ชายอายุ 40–70 ปี มากกว่า 52% เคยมีภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศในระดับใดระดับหนึ่ง และความชุกของโรคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามอายุ

  • อายุ 40 ปี พบปัญหาประมาณ 40%
  • อายุ 50 ปี พบปัญหาประมาณ 50%
  • อายุ 60 ปี พบปัญหาประมาณ 60%
  • อายุ 70 ปี พบปัญหามากกว่า 70%

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ยิ่งอายุมากขึ้น ความเสี่ยงของภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยเริ่มมีอาการตั้งแต่อายุ 30–40 ปี โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว สูบบุหรี่ พักผ่อนน้อย หรือมีความเครียดสะสมเป็นเวลานาน

เสื่อมสมรรถภาพทางเพศอาจเป็นสัญญาณเตือนโรคหัวใจก่อนหลายปี

อวัยวะเพศชายเป็นอวัยวะที่ต้องอาศัยการไหลเวียนเลือดที่ดีอย่างมาก หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงองคชาตมีขนาดประมาณ 1–2 มิลลิเมตร ในขณะที่หลอดเลือดหัวใจมีขนาดประมาณ 3–4 มิลลิเมตร ด้วยเหตุนี้ เมื่อเกิดภาวะหลอดเลือดเสื่อมหรือหลอดเลือดตีบตันจากเบาหวาน ไขมัน หรือความดันโลหิตสูง หลอดเลือดที่อวัยวะเพศมักแสดงอาการก่อนหัวใจ

หลายการศึกษาพบว่าผู้ชายที่มีภาวะ Erectile Dysfunction มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้นประมาณ 44% และมีโอกาสเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดในอนาคตสูงกว่าผู้ชายที่ไม่มี ED อย่างมีนัยสำคัญ ในบางราย อาการแข็งตัวไม่เต็มที่อาจเกิดขึ้นก่อนโรคหัวใจจริงถึง 3–5 ปี ด้วยเหตุนี้ แพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะในปัจจุบันจึงมองภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศเป็นมากกว่าปัญหาทางเพศ แต่เป็นส่วนหนึ่งของสุขภาพผู้ชายโดยรวม

อาการแบบไหนที่เข้าข่ายภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

ผู้ชายจำนวนมากเข้าใจผิดว่าต้อง “ไม่แข็งตัวเลย” จึงจะถือว่าเป็นโรค ในความเป็นจริง อาการต่อไปนี้ก็ถือเป็นสัญญาณของ ED ได้เช่นกัน

แข็งตัวไม่เต็มที่

แข็งได้ไม่นาน / ไม่แข็งพอสำหรับการสอดใส่

แข็งตัวช่วงแรกแต่ยุบตัวระหว่างมีเพศสัมพันธ์

เริ่มมีปัญหาหลั่งไวร่วมด้วย

การแข็งตัวตอนเช้าลดลง

ต้องใช้เวลาในการกระตุ้นนานขึ้น / ความแข็งแรงลดลง

ต้องเพิ่มขนาดยา ED มากขึ้นเรื่อย ๆ

หมายเหตุ: หากอาการดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องเกิน 3 เดือน ควรได้รับการประเมินจากแพทย์เฉพาะทาง

ทำไมผู้ชายถึงแข็งตัวไม่เต็มที่

การแข็งตัวของอวัยวะเพศเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของหลายระบบ

1. ระบบหลอดเลือด: เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการแข็งตัว เมื่อมีการกระตุ้นทางเพศ หลอดเลือดจะขยายตัวและนำเลือดเข้าสู่เนื้อเยื่อขององคชาต หากหลอดเลือดเสื่อม เลือดจะไหลเข้าได้ไม่เพียงพอ ทำให้แข็งตัวไม่เต็มที่

2. ระบบประสาท: ส่งสัญญาณจากสมองไปยังอวัยวะเพศ โรคเบาหวานหรือการผ่าตัดบางชนิดอาจทำให้เส้นประสาทเสียหายได้

3. ฮอร์โมนเพศชาย: Testosterone มีบทบาทต่อความต้องการทางเพศ พลังงาน และคุณภาพการแข็งตัว

4. สุขภาพจิต: ความเครียด วิตกกังวล หรือภาวะซึมเศร้าสามารถส่งผลต่อการแข็งตัวได้เช่นกัน

Low Intensity Shock Wave Therapy คืออะไร

Low Intensity Shock Wave Therapy (Li-ESWT) เป็นการรักษาที่ใช้คลื่นพลังงานความเข้มต่ำส่งผ่านเข้าสู่เนื้อเยื่อของอวัยวะเพศชาย ไม่ใช่การผ่าตัด ไม่ใช่การฉีดยา ไม่ต้องดมยาสลบ และไม่ต้องพักฟื้น

เป้าหมายสำคัญของการรักษา คือ การกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมตามธรรมชาติของร่างกาย เพื่อปรับปรุงการไหลเวียนเลือดภายในอวัยวะเพศ งานวิจัยระดับห้องปฏิบัติการและการศึกษาในมนุษย์พบว่า Shock Wave อาจช่วยกระตุ้นการทำงานสำคัญดังนี้:

  • การสร้างหลอดเลือดใหม่ (Neovascularization)
  • การเพิ่มการหลั่ง Nitric Oxide
  • การเพิ่ม Vascular Endothelial Growth Factor (VEGF)
  • การซ่อมแซมเยื่อบุหลอดเลือดและการปรับปรุง Endothelial Function

Shock Wave แตกต่างจากยา ED อย่างไร

ยากลุ่ม PDE5 Inhibitor เช่น Sildenafil หรือ Tadalafil ทำงานโดยช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดในช่วงเวลาที่รับประทานยา เมื่อยาหมดฤทธิ์ ผลการรักษาก็หมดลง

ในขณะที่ Shock Wave Therapy มีแนวคิดแตกต่างออกไป เป้าหมายคือการฟื้นฟูสภาพหลอดเลือดในระยะยาว จึงมักถูกเรียกว่าเป็น Regenerative Therapy หรือการรักษาเชิงฟื้นฟูเพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน

กลไกการทำงานของ Shock Wave Therapy

ฟื้นฟูระบบหลอดเลือดและเนื้อเยื่อส่วนปลายอย่างมีประสิทธิภาพด้วยคลื่นเสียงความเข้มข้นต่ำ (Li-ESWT)

1

Micro-Stimulation

ส่งคลื่นเสียงความเข้มต่ำกระตุ้นบริเวณเนื้อเยื่อองคชาตอย่างอ่อนโยน

2

Growth Factors

กระตุ้นการหลั่งสารชีวโมเลกุลเพื่อซ่อมแซมหลอดเลือดและเซลล์ที่เสื่อมสภาพ

3

New Blood Vessel Formation

เกิดการสร้างหลอดเลือดใหม่ (Neo-vascularization) เพิ่มการไหลเวียนเลือด

4

Improved Penile Blood Flow

ระบบหลอดเลือดแข็งแรงขึ้น ส่งผลให้การแข็งตัวกลับมามีประสิทธิภาพเต็มที่

เปรียบเทียบ Shock Wave กับวิธีรักษาอื่น

ทำไม Shock Wave Therapy จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์การฟื้นฟูจากต้นเหตุในระยะยาว

เกณฑ์การเปรียบเทียบ Shock Wave Viagra (Sildenafil) Cialis (Tadalafil) Penile Injection Penile Implant
ข้อดี ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องฉีดยา ไม่ต้องดมยาสลบ มุ่งเน้นการฟื้นฟูหลอดเลือดระยะยาว ออกฤทธิ์เร็ว มีงานวิจัยรองรับจำนวนมาก ราคาไม่สูง ออกฤทธิ์ยาวนาน ใช้แบบ Daily Dose ได้เพื่อความต่อเนื่อง ประสิทธิภาพสูง ใช้ได้แม้ในผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อยาชนิดกิน ประสิทธิภาพสูงที่สุด มีอัตราความพึงพอใจ (Satisfaction Rate) มากกว่า 85-90%
ข้อจำกัด / ผลข้างเคียง ต้องเข้ารับการรักษาหลายครั้ง ผลลัพธ์ไม่เท่ากันทุกคน และต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์จึงเห็นผลชัดเจน ต้องรับประทานก่อนมีเพศสัมพันธ์ ผลหมดเมื่อยาหมดฤทธิ์ อาจเกิดปวดศีรษะ หน้าแดง คัดจมูก ยังคงต้องพึ่งพายาอย่างต่อเนื่อง อาจเกิดอาการปวดหลังหรือปวดกล้ามเนื้อได้ในบางราย ต้องฉีดยาเข้าที่อวัยวะเพศโดยตรงก่อนร่วมเพศ อาจเกิดภาวะ Priapism หรือมีโอกาสเกิดพังผืด ต้องเข้ารับการผ่าตัดใหญ่ ค่าใช้จ่ายสูงมาก มีความเสี่ยงทั่วไปจากการผ่าตัดและการดมยา
เหมาะสำหรับ ผู้ป่วย Vasculogenic ED ระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ที่ต้องการฟื้นฟูแบบยั่งยืน ผู้ป่วยที่ต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วเป็นครั้งคราว ผู้ป่วยที่มีเพศสัมพันธ์ค่อนข้างบ่อยและต้องการความยืดหยุ่น ผู้ป่วย ED ระดับรุนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อยารับประทานแล้ว ผู้ป่วยที่ล้มเหลวจากการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ ทั้งหมด

งานวิจัยเกี่ยวกับ Shock Wave Therapy สำหรับภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

ตลอดช่วง 15 ปีที่ผ่านมา Low Intensity Shock Wave Therapy (Li-ESWT) เป็นหนึ่งในหัวข้อที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในวงการเวชศาสตร์ทางเพศ

เหตุผลสำคัญคือแนวคิดในการ "ฟื้นฟูหลอดเลือด" แทนที่จะเป็นเพียงการช่วยให้อวัยวะเพศแข็งตัวชั่วคราว การศึกษาทางคลินิกแบบ Randomized Controlled Trials หลายฉบับ รวมถึง Meta-analysis ที่รวบรวมข้อมูลจากผู้ป่วยหลายพันราย พบว่าผู้ป่วยที่ได้รับ Shock Wave Therapy มีแนวโน้มที่คะแนนการแข็งตัว (IIEF-EF Score) ดีขึ้นมากกว่ากลุ่มที่ได้รับการรักษาหลอก (Sham Treatment)

จากการวิเคราะห์งานวิจัยหลายฉบับสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้:

  • ผู้ป่วยประมาณ 55-75% มีการตอบสนองต่อการรักษาในระดับหนึ่ง
  • กลุ่มที่ตอบสนองดีที่สุดคือ Vasculogenic Erectile Dysfunction
  • ผู้ป่วย ED ระดับเล็กน้อยถึงปานกลางมีผลลัพธ์ดีกว่ากลุ่มรุนแรง
  • ผู้ป่วยที่ยังตอบสนองต่อยา PDE5 inhibitor บางส่วนมักได้ผลดีกว่าผู้ที่ไม่ตอบสนองเลย

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์การรักษาจริงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยขึ้นอยู่กับ อายุ, โรคประจำตัว, ระดับความรุนแรงของ ED, เครื่อง Shock Wave ที่ใช้ และ Protocol การรักษาที่เลือกใช้ ดังนั้นจึงไม่สามารถรับประกันผลลัพธ์แบบเดียวกันในผู้ป่วยทุกคนได้

55-75%

Responder Rate

ผู้ป่วยส่วนใหญ่ตอบสนองต่อการรักษาอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีสาเหตุมาจากปัญหาหลอดเลือดเสื่อม

+3 to +6

IIEF-EF Points

คะแนนเฉลี่ยประเมินสมรรถภาพเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งสำหรับบางรายหมายถึงความสามารถในการมีเพศสัมพันธ์ที่ดีขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งยา

<5%

Low Adverse Events

อัตราการเกิดผลข้างเคียงต่ำมาก อาการส่วนใหญ่เป็นอาการชั่วคราวระดับเล็กน้อยและหายได้เอง

ใครบ้างที่เหมาะกับ Shock Wave Therapy?

อ้างอิงตามแนวทางสากล EAU Sexual and Reproductive Health Guideline เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

ผู้ป่วยที่มีโอกาสตอบสนองสูง

  • Vasculogenic Erectile Dysfunction
  • Mild / Mild to Moderate Erectile Dysfunction
  • ผู้ป่วยที่ยังมีการแข็งตัวตามธรรมชาติอยู่บ้าง
  • ผู้ป่วยที่ตอบสนองต่อ PDE5 inhibitor ได้บางส่วน
  • ผู้ป่วยที่ต้องการลดการพึ่งพายา
  • ผู้ป่วยอายุน้อยที่เริ่มมีปัญหาหลอดเลือดเสื่อม

ใครบ้างที่อาจตอบสนองได้น้อย

  • Severe Erectile Dysfunction
  • Uncontrolled Diabetes Mellitus
  • Radical Prostatectomy ที่มีเส้นประสาทเสียหายมาก
  • Severe Cavernosal Fibrosis
  • Hypogonadism ที่ยังไม่ได้รักษา
  • ความผิดปกติทางจิตใจที่เป็นสาเหตุหลัก

ผลข้างเคียงและความปลอดภัย

จากการศึกษาแบบ Systematic Review และ Meta-analysis หลายฉบับ ผลข้างเคียงส่วนใหญ่เป็นอาการเล็กน้อยและหายเองได้ โดยทั่วไปพบได้น้อยกว่า 5%

รอยแดงชั่วคราว

อาการระคายเคือง

รู้สึกตึงหรือเสียวอุ่นบริเวณผิวหนัง

ปวดเล็กน้อยระหว่างรักษา

มักหายเองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน

จนถึงปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานว่าการรักษาด้วย Low Intensity Shock Wave Therapy เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง, ภาวะมีบุตรยาก, ความผิดปกติของฮอร์โมนเพศชาย หรือทำให้เกิดการเสื่อมสมรรถภาพถาวร

เสื่อมสมรรถภาพทางเพศและภาวะหลั่งไวเกี่ยวข้องกันหรือไม่?

คำตอบคือ “เกี่ยวข้องกันอย่างมาก” งานวิจัยพบว่าผู้ชายที่มีภาวะ Erectile Dysfunction มีโอกาสพบภาวะหลั่งไวร่วมด้วยมากกว่าประชากรทั่วไปหลายเท่า

เมื่อผู้ป่วยกังวลว่าอวัยวะเพศจะอ่อนตัวระหว่างมีเพศสัมพันธ์ จึงมักเกิดความเร่งรีบและสูญเสียการควบคุมการหลั่ง ในหลายกรณี การรักษาภาวะแข็งตัวไม่เต็มที่ให้ดีขึ้น สามารถช่วยให้การควบคุมการหลั่งดีขึ้นตามไปด้วยอย่างชัดเจน

การประเมินที่ ASY Clinic

ก่อนเริ่มโปรแกรม Shock Wave Therapy ผู้ป่วยจะได้รับการประเมินอย่างละเอียดโดยแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะ เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา ไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดเลือด, เบาหวาน, ฮอร์โมนเพศชายต่ำ, ภาวะหลั่งไว, ผลข้างเคียงจากยารับประทานบางชนิด หรือปัจจัยความเครียดทางจิตใจ

เนื่องจากผู้ป่วยแต่ละรายมีสาเหตุตื้นลึกหนาบางที่แตกต่างกัน การรักษาที่เหมาะสมจึงไม่เหมือนกันเสมอไป การวินิจฉัยที่ถูกต้องแม่นยำคือจุดเริ่มต้นของผลลัพธ์การรักษาที่ดีที่สุด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Shock Wave Therapy

ไขข้อข้องใจโปรแกรมรักษาภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศโดยละเอียดตามหลักการแพทย์

Shock Wave Therapy เจ็บไหม?

ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถทนการรักษาได้ดี โดยทั่วไปจะรู้สึกเหมือนแรงกระแทกเบาๆ หรือจี้จี๊ดอุ่นๆ ไม่มีความเจ็บปวดรุนแรง และไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา ยานอนหลับ หรือบล็อกหลังใดๆ ทั้งสิ้น

ต้องทำกี่ครั้ง?

จำนวนครั้งขึ้นอยู่กับโปรแกรมการรักษาและความรุนแรงของอาการ โดยทั่วไปมักอยู่ระหว่าง 6-12 ครั้ง ต่อเนื่องสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ตามการประเมินของแพทย์เฉพาะทาง

ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?

งานวิจัยหลายฉบับที่ติดตามผลระยะยาวพบว่า ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้ตั้งแต่ 6-24 เดือน อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาที่เห็นผลจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับอายุ โรคประจำตัว และการดูแลรักษาสุขภาพโดยรวม

Shock Wave รักษาหลั่งไวได้หรือไม่?

ปัจจุบันยังไม่มีข้อบ่งชี้หลักในการใช้ Shock Wave เพื่อรักษาภาวะหลั่งไวโดยตรง แต่ผู้ป่วยบางรายที่มีอาการ ED ร่วมกับ Premature Ejaculation (หลั่งไว) อาจมีกลไกและการควบคุมการหลั่งที่ดีขึ้นหลังการรักษาอาการ ED สำเร็จ

Shock Wave สามารถใช้ร่วมกับยา ED ได้หรือไม่?

สามารถใช้ร่วมกันได้เป็นอย่างดี ในหลายกรณีแพทย์อาจแนะนำให้ทำควบคู่ไปกับการใช้ยาในกลุ่ม PDE5 inhibitor ในช่วงแรกเพื่อเสริมประสิทธิภาพการรักษา และช่วยกระตุ้นการตอบสนองของหลอดเลือดให้ดียิ่งขึ้น

เอกสารอ้างอิงทางการแพทย์

  1. EAU Guidelines on Sexual and Reproductive Health 2026
  2. Burnett AL et al. American Urological Association Guideline on Erectile Dysfunction
  3. Clavijo RI et al. Low-Intensity Extracorporeal Shockwave Therapy in Erectile Dysfunction. Sexual Medicine Reviews.
  4. Yao L et al. Systematic Review and Meta-analysis of Low-intensity Extracorporeal Shock Wave Therapy for Erectile Dysfunction.
  5. Lu Z et al. Meta-analysis of Randomized Controlled Trials Evaluating Li-ESWT for Erectile Dysfunction.
  6. Campbell-Walsh-Wein Urology, 13th Edition. Chapter: Erectile Dysfunction.
  7. Mulhall JP. Contemporary Management of Erectile Dysfunction.

เริ่มต้นดูแลสุขภาพเพศชายวันนี้

ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะ เพื่อประเมินสาเหตุของอาการแข็งตัวไม่เต็มที่ และวางแผนการรักษาที่เหมาะกับคุณ